Instagram

ต้นกำเนิดตัวพิมพ์เล็กและช่องไฟ

ในสมัยโรมัน การเขียนตัวหนังสือจะเขียนติดกันหมดทุกคำ ไม่มีเว้นช่องระหว่างคำ และมีแต่ตัวอักษรใหญ่หรืออักษรแบบหวัด บางครั้งผู้เขียนก็จะใช้ประโยคนึงต่อบรรทัดเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น แต่การอ่านเขียนก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับคนส่วนใหญ่อยู่ดี มีผู้คนต่ำกว่า 10% ที่อ่านออกเขียนได้ในจักรวรรดิโรมัน

ข้ามมาช่วงศตวรรษที่ 8-9 ในสมัยจักรพรรดิชาร์เลอมาญ (Charlemagne) แห่งราชวงศ์คาโรลิงเจียน (Carolingians) ผู้ปกครองจักรวรรดิแฟรงก์ (Frankish Empire) เป็นยุคที่ยุโรปตะวันตกกำลังฟื้นฟูการศึกษาและศิลปะขึ้นใหม่ หรือเรียกกันว่า 'คาโรลิงเจียน เรเนสซองส์' (Carolingian Renaissance) จักรพรรดิผู้นี้ต้องการสร้างกลุ่มคนที่อ่านออกเขียนได้เพื่อมาดูแลจักรวรรดิอันกว้างใหญ่ โดยมีเหล่านักปราชญ์และนักบวชคอยพัฒนาเทคนิกการเขียนและการศึกษาขึ้นใหม่

หนึ่งในคณูปการที่นักปราชญ์ยุคคาโรลิงเจียนสร้างสรรค์คือการพัฒนารูปแบบและสร้างมาตรฐานของตัวอักษรกับการเขียนขึ้นใหม่ โดยนำช่องไฟมาแบ่งแต่ละคำออกจากกัน นักปราชญ์สมัยนี้ยังพัฒนา 'ตัวอักษรพิมพ์เล็ก' (Carolingian Minuscule) ขึ้นมาเพื่อแบ่งแต่ละประโยคออกจากกันให้ชัดเจน โดยตัวรูปแบบตัวอักษรพิมพ์เล็กเองก็นำมาจากตัวอักษรโรมันแบบหวัดในยุคหลัง (Uncial script) เครื่องหมายต่างๆ เริ่มถูกกำหนดใช้ในยุคนี้เช่นกัน แต่ยังไม่มีการแบ่งฟังก์ชันแน่นอนว่าควรใช้ตอนไหนหรือในประโยคแบบใด และจะถูกพัฒนาให้เป็นมาตรฐานในศตวรรษที่ 15 เมื่อเครื่องพิมพ์ถือกำเนิดขึ้นนอกจากด้านการเขียนแล้ว ยังมีพัฒนาการด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม และการศึกษา โดยพยายามเลียนแบบงานศิลปะของชาวโรมันตะวันออกหรือไบแซนไทน์ร่วมสมัย

การฟื้นฟูศิลปะวิทยาการในสมัยคาโรลิงเจียนยังเป็นการพยายามสร้างอัตลักษณ์ของยุโรปตะวันตกเพื่อแข่งขันกับจักรวรรดิไบแซนไทน์ (Byzantine Empire) ทางซีกตะวันออก ซึ่งเป็นคู่แข่งกับชาวแฟรงก์ด้วย งานเขียนตั้งแต่สมัยโรมันจำนวนมากยังถูกคัดลอกในยุคนี้โดยนำต้นฉบับมาจากทั้งไบแซนไทน์และตะวันออกกลาง ผู้ปกครองชาวแฟรงก์ยังหันไปจับมือกับเป็นพันธมิตรกับราชวงศ์อับบาสิยะห์ (Abbasid Dynasty) ในตะวันออกกลางเพื่อแลกเปลี่ยนวิทยาการกับโลกมุสลิมเช่นกัน และพัฒนาการด้านการศึกษาและการเขียนในยุคนี้จะเป็นผลเกิดการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยขึ้นในยุคต่อๆ มา.


อ้างอิง
https://www.rep.routledge.com/.../carolingian.../v-1

Comments

Latest Article