Instagram

อาหารกันตายยามสงครามของชาวเลนินกราด

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างที่เยอรมนีและชาติพันธมิตรกำลังปิดล้อมเมืองเลนินกราด (เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) ของโซเวียตตั้งแต่ปี 1941เพียงไม่กี่เดือนเสบียงที่ตุนไว้ในเมืองซึ่งมีประชากรนับล้านก็ร่อยหลอลง
แม้กองทัพโซเวียตจะพยายามตีฝ่าเพื่อส่งเสบียงให้ชาวเมืองหลายครั้ง แต่ก็ไร้ผลชาวเมืองเลนินกราดที่หิวโหยต้องรับปันส่วนอาหารที่น้อยลงเรื่อยๆจนเหลือแต่ขนมปัง ภาวะทุพโภชนาการแผ่ขยายไปทั่ว และเมื่ออาหารปันส่วนเริ่มหมดลง ขนมปังจึงกลายเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าเพชรพลอยผู้คนต่างนำของที่เคยมีค่ามาแลกกับอาหารที่คนอื่นยังพอเหลืออยู่

เมื่อการปิดล้อมลากยาวข้ามปีจนถึงฤดูหนาว อาหารก็ยิ่งขาดแคลนหนักขึ้น ชาวเมืองจำใจต้องนำวัสดุรอบตัวมาทำเป็นอาหารแทนขี้เลื่อยจากเฟอร์นิเจอร์ถูกบดผสมในขนมปัง อาหารสัตว์เริ่มกลายเป็นอาหารคน
หนังสัตว์ถูกนำมาเคี่ยวในซุปจนเปื่อยแล้วแบ่งกันกิน บางคนหันมากินกระดาษกันตาย ผนังวอลเปเปอร์ถูกลอกเพื่อนำไปต้มซุป ยังมีรายงานเกี่ยวกับผู้ที่หันไปเลาะเนื้อจากซากศพและมนุษย์กินคนออกอาละวาด

ภาพที่เห็นนี้คือ 'ขนมปัง' แบบหยาบๆ ที่ทำจากเมล็ดพืชบดผสมกับเปลือกธัญพืช แล้วนำมาทอดในน้ำมันเครื่องยนต์ คาดว่ากลิ่นหรืออาการข้างเคียงทำให้เจ้าของขนมปังทอดนี้กินไม่หมดแม้จะหิวโซมากแค่ไหนก็ตาม

หลังการปิดล้อมยืดเยื้อเวลานานราว 900 วันเมื่อต้นปี 1944 กองทัพโซเวียตก็สามารถขับไล่ผู้รุกรานออกไปจากรอบเมืองสำเร็จ ตัวเมืองที่เคยรุ่งเรืองและเป็นแหล่งอุตสาหกรรมหลักถูกทำลายจนพังพินาศ
ความทรงจำอันเลวร้ายของผู้รอดชีวิตยังถูกแปรออกเป็นงานเขียนและดนตรีมากมายเพื่อเล่าขานประสบการณ์ให้คนรุ่นต่อไปได้ฟัง และยังมีเรื่องเล่าชวนขนหัวลุกมากมายที่เหลือรอดมาจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น.

อ้างอิง
https://www.rbth.com/.../329898-7-things-from-siege-of...

เครดิตภาพ
https://en.wikipedia.org/wiki/Famine_food...
 

Comments

Latest Article