Instagram

'ฮูโก บอส' กับชุดเครื่องแบบนาซี

เราทราบกันจากสื่อและแหล่งความรู้ในสมัยนี้ว่า บริษัทฮูโก บอส (Hugo Boss AG) เป็นผู้ออกแบบชุดเครื่องแบบให้แก่กองกำลังเอสเอส (SS) เอสเอ (SA) และชุดพิธีการต่างๆ ให้แก่พวกนาซี ช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

ในปี 1931 สองปีก่อนที่พรรคนาซีจะเถลิงอำนาจปกครองเยอรมนี 'ฮูโก บอส' (Hugo Boss) เริ่มต้นเส้นทางแฟชั่นของเขาในเมืองเม็ตซินเงิน (Metzingen) ประเทศเยอรมนี แม้ก่อนหน้านั้นบอสมีหน้าที่ในฐานะผู้ให้ความร่วมมือกับพรรคนาซี ตั้งแต่ช่วงแรกที่พรรคเริ่มขยายอำนาจ ได้มีการผลิตเครื่องแบบนาซีในโรงงานถูกซื้อมาตั้งแต่ค.ศ. 1924

อย่างไรก็ตาม ในปี 1931 บอสเปลี่ยนจากสถานะเจ้าของโรงงานที่มีพรรคนาซีเป็นลูกค้า กลายมาเป็นสมาชิกพรรคนาซี (Nazi Party) เต็มตัว ทั้งยังได้รับการสนับสนุนและดูแลอย่างดีจากพวกเอสเอส (SS ย่อมาจาก Schutzstaffel) ซึ่งแลกกับการบริจาครายเดือนให้กับเอสเอส

ปี 1933 ฮูโก้ บอส ได้ผลิตเครื่องแบบสำหรับกองกำลังเอสเอสและยุวชนฮิตเลอร์ (Hitler Youth) รวมถึงเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลมาตรฐานของนาซี พวกเขาก็เริ่มผลิตเครื่องแบบมาตรฐาน สำหรับทหารเยอรมันทุกเหล่าทัพ แต่ฮูโก บอสเป็นเพียงบริษัทที่รับงานมาผลิตตามแบบที่ได้รับมอบหมายมาเท่านั้น พวกเขาหาได้มีส่วนร่วมในการออกแบบใดๆ

จิตรกรและนักออกแบบหนุ่มจากเมืองฮันโนเฟอร์ชื่อ คาร์ล ดีบิทช์ (Karl Diebitsch) ต่างหากที่รับผิดชอบในการออกแบบเครื่องแบบ เครื่องหมาย และตราสัญลักษณ์ต่างๆ ของนาซี ในช่วงยุคที่พรรคนาซีเรืองอำนาจ ผลงานของเขายังรวมถึงฝักดาบสั้นประจำตัวเจ้าหน้าที่กองกำลังเอสเอสอีกด้วย

ดีบิทช์ทำงานร่วมกับนักออกแบบกราฟิกอย่าง วาลเธอร์ เฮ็ค (Walter Heck) ผู้ซึ่งออกแบบตราสัญลักษณ์กองกำลังเอสเอสอันเป็นเครื่องหมายตัวเอส 2 ตัว ในรูปลักษณ์สายฟ้าอันเป็นตำนาน ทั้งคู่ร่วมกันในการออกแบบชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่กองกำลังเอสเอส รวมทั้งเสนอแนวคิดในการใช้สีดำเป็นสีมาตรฐานของเครื่องแบบ จนกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพวกเอสเอส

หลังจากสงคราเปิดฉาก แรงงานด้านการผลิตของบริษัทลดจำนวนลง จากการที่ชายหนุ่มเยอรมันถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ดังนั้นบริษัทจึงเริ่มใช้แรงงานเชลยศึก หรือแรงงานชาวยิวในค่ายกักกัน ผลิตสินค้าให้ทันตามจำนวนต้องการกับคำสั่งซื้อ บริษัทฮูโก บอสใช้แรงงานชาวยิวจากค่ายกักกันประมาณ 140 คน เพื่อทำงานในโรงงาน พร้อมกับเชลยศึกชาวฝรั่งเศสอีก 40 คน

เมื่อบริษัทใช้แรงงานเชลยศึกและชาวยิวในค่ายกักกันให้ผลิตสินค้าตามจำนวนที่ต้องการกับคำสั่งซื้อ มีแรงงานหลายคนที่ทำงานในโรงงานเหล่านี้ ต้องทำงานอย่างหนักจนตาย หรือถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันเอาชวิทซ์ (Auschwitz) และบูเคินวัลท์ (Buchenwald) เพื่อกำจัดทิ้ง

กระทั่งสงครามยุติ บอสถูกจัดให้เป็น 'นักกิจกรรม' และ 'ผู้ให้การสนับสนุน รวมทั้งผู้ได้รับประโยชน์จากลัทธินาซี' ในปี 1946 ฮูโก บอสถูกปรับ และถอดสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของบริษัทตนเอง

หลังจากบอสเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1948 บริษัทยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของอ็อยเกิน โฮลี (Eugen Holy) ลูกเขยของเขา

ทุกวันนี้ฮูโก บอสเป็นบริษัทแฟชั่นหรูที่จำหน่ายเสื้อผ้าคุณภาพสูง และมีสาขาอยู่ทั่วโลก กระทั่งในปี 1999 บริษัทตกลงที่จะจ่ายเงินชดเชยให้แก่แรงงานหรือญาติของแรงงานที่ถูกบังคับให้ทำงานกับบริษัทในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่บริษัทชื่อดังแห่งนี้ ซึ่งเคยผลิตเสื้อผ้าอาภรณ์ให้แก่ทหารเยอรมันและพรรคนาซี.


ภาพประกอบ : ชุติมณฑน์ ปทาน

อ้างอิง :

https://en.wikipedia.org/wiki/Karl_Diebitsch
https://www.warhistoryonline.com/war-articles/hugo-boss-hitlers-tailor.html
http://www.warrelics.eu/forum/history-research-third-reich-ww2/walter-heck-origins-ss-sigrunen-444531/
 

Comments

Latest Article