Infographics

ย้อนรอย 2,000 ปี วิวัฒนาการศาสนจักร

Quick Facts

  หากจะกล่าวถึงสถาบันทางศาสนาที่มีอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ก็คงหนีไม่พ้นศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งเป็นสถาบันที่ทรงอิทธิพลทางจิตใจต่อผู้คนหลายร้อยล้านในปัจจุบัน แต่กว่าที่จะมาเป็นนครรัฐวาติกันที่เราคุ้นเคย คริสต์ศาสนาได้ผ่านเหตุการณ์ร้อนหนาวมานับพันปีก่อนจะพัฒนามาเป็นศาสนจักรคาทอลิกและคริสตจักรอื่นๆ ในปัจจุบัน
GYPZY WORLD ขอพาผู้อ่านไปสำรวจประวัติศาสตร์ศาสนจักรตั้งแต่จุดแรกเริ่มเมื่อ 2,000 ปีก่อน

1.คริสตศาสนาเริ่มวางศิลาในโรม ศตวรรษที่ 1 - 2

ศาสนาคริสต์เริ่มเผยแพร่ไปในจักรวรรดิโรมันและตะวันออกกลาง เซนต์พอล (St.Paul) หรือ นักบุญเปาโล เดินทางมาเทศนาในกรุงโรมและก่อตั้งชุมชนขึ้น โรมได้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางคริสต์ศาสนาของยุค ในช่วงเดียวกันยังมีศูนย์กลางอื่นๆ อย่างเยรูซาเล็ม อันติโอค และอเล็กซานเดรีย แต่ด้วยความที่โรมเป็นนครหลวงของจักรวรรดิโรมัน ความสำคัญของศูนย์กลางทางศาสนาที่โรมจึงเพิ่มมากขึ้น

ผู้นำชุมชนที่เรียกว่า ‘บิชอป’ (Bishop) แห่งกรุงโรม เริ่มตั้งแต่เซนต์ปีเตอร์ (St.Peter) เริ่มมีบทบาทประสานงานและแทรกแซงกิจการของชุมชนในเมืองอื่นๆ ทั่วดินแดนโรมัน แต่ในยุคนี้ยังปรากฏหลักฐานว่าหลายชุมชนมีการก่อตั้งขนบของตนเองเช่นกัน

2.โรมประกาศให้ศาสนาคริสต์ถูกต้องตามกฎหมายปี ค.ศ. 313

เพียงหนึ่งปีหลังคอนสแตนตินเอาชนะศัตรูและขึ้นปกครองจักรวรรดิโรมันได้ พระองค์ได้ประกาศ ‘กฤษฎีกาแห่งมิลาน’ (Edict of Milan) เพื่อรองรับสถานะของคริสต์ศาสนาตามกฎหมาย และประชาชนโรมันสามารถนับถือศาสนาคริสต์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย บ้างก็ว่าอิทธิพลที่ทำให้คอนสแตนตินประกาศกฤษฎีกานี้คือพระมารดาของพระองค์ที่นับถือศาสนาคริสต์ และจำนวนศาสนิกที่มากขึ้น บวกกับจักรวรรดิที่กำลังคลอนแคลน การยอมรับศาสนาคริสต์อาจช่วยให้ปกครองจักรวรรดิได้มั่นคงยิ่งขึ้น

3.ศาสนาใหม่ของจักรวรรดิโรมัน ปี ค.ศ. 380

แม้คอนสแตนตินจะยอมรับคริสต์ศาสนาว่าถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่ศาสนาคริสต์ยังคงเป็นหนึ่งในหลายศาสนาของสังคมโรมันอยู่ จนกระทั่งปี 380 จักรพรรดิธีโอโดซิอุส (Theodosius) ได้ประกาศ ‘กฤษฎีกาแห่งเธสซาโลนิกา’ (Edict of Thessalonica) ให้ศาสนาคริสต์นิกายไนซีน (Nicene Christianity) เป็นศาสนาประจำรัฐโรมัน ผู้ใดที่นับถือนอกเหนือไปจากนิกายนี้จะถูกตราว่าเป็นพวกนอกรีต ต่อมาศาสนาคริสต์นิกายนี้จะแตกสายออกไปเป็นนิกายออร์ธอด็อกซ์ คาทอลิก และนิกายตะวันออกอื่นๆ ในภายหลัง รัฐบาลโรมันยังประกาศยกเลิกสนับสนุนศาสนาพหุเทวนิยมและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย

4.จุดกำเนิดรัฐของพระสันตะปาปาปี ค.ศ. 756

เดิมทีดินแดนของพระสันตะปาปาได้รับการคุ้มครองโดยจักรพรรดิโรมันตะวันออก แต่ชาวลอมบาร์ด (Lombards) จากอิตาลีตอนเหนือได้รุกราน เขตแดนของพระสันตะปาปากับจักรวรรดิโรมันตะวันออกจึงขาดสะบั้นลง ในปี 756 โรมจึงหันไปหาพันธมิตรใหม่ทางเหนือนั่นคือ กษัตริย์ ‘เปปินพระวรกายเตี้ย’ (Pepin the Short) แห่งอาณาจักรแฟรงค์ (Frankish Kingdom) ให้มาช่วยขับไล่ชาวลอมบาร์ด เมื่อเปปินบีบให้ชาวลอมบาร์ดออกไปจากพื้นที่ตอนกลางของอิตาลีได้สำเร็จ เขาจึงยกดินแดนส่วนนี้ให้พระสันตะปาปา เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ ‘การบริจาคของเปปิน’ (Donation of Pepin) จากเหตุการณ์นี้ทำให้รัฐพระสันตะปาปา (Papal States) ถือกำเนิดขึ้นมา

5.รอยแตกแยกตะวันตก-ตะวันออกที่มิอาจสมานคืนปี ค.ศ. 1054-1204
.
ความขัดแย้งทางอำนาจ พิธีกรรม และการตีความระหว่างจารีตละตินของตะวันตกกับจารีตแบบกรีกของตะวันออกที่มีมานานได้มาถึงจุดแตกหัก เมื่อการเจรจาในปี ค.ศ. 1054 ล้มเหลว ทั้งผู้นำฝ่ายโรมและคอนสแตนติโนเปิลต่างประณามกันและตัดอีกฝ่ายออกจากศาสนจักร (East-West Schism) ศาสนจักรจึงถูกแบ่งออกเป็นโรมันคาทอลิกและกรีกออร์โธด็อกซ์อย่างเป็นทางการ แม้สงครามครูเสดที่เกิดหลังจากนั้นจะทำให้มีการร่วมมือกันเป็นครั้งคราวบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่อาจคืนดีกันได้

ในปี 1204 นักรบครูเสดบุกเข้าปล้นสะดมและยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิลจากจักรวรรดิไบแซนไทน์ระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่ 4 ความสัมพันธ์ของสองศาสนจักรจึงไม่อาจกลับมาสมานได้ดังเดิมตั้งแต่นั้นมา

6.ยุคที่ศาสนจักรเคยมีโป๊ปสององค์พร้อมกัน ศตวรรษที่ 14-15

ยุคกลางเป็นยุคที่พระสันตะปาปากับกษัตริย์ต่างขัดแย้งกันเรื่องบทบาทและอำนาจ โดยเฉพาะกษัตริย์ฟิลิปที่4 (Philippe IV) แห่งฝรั่งเศสกับพระสันตะปาปาโบนิฟาซที่ 8 หลังทั้งสองฝ่ายโต้ตอบกันทางการเมืองอยู่นาน กษัตริย์ฟิลิปจึงส่งทหารไปจับกุมตัวผู้นำศาสนจักร แต่เมื่อโบนิฟาซที่ 8 สิ้นพระชนม์ท่ามกลางความขัดแย้ง พระสันตะปาปาองค์ต่อมาไม่มีอำนาจมากพอจะต่อกรกับกษัตริย์ฝรั่งเศส จึงต้องย้ายที่ประทับไปยังเมืองอาวิญงทางใต้ของฝรั่งเศส

ต่อมาพระสันตะปาปาบางองค์พยายามจะย้ายกลับไปประทับที่โรม แต่ก็ยังมีผู้อ้างสิทธิ์เป็นพระสันตะปาปาในอาวิญงอีก ศาสนจักรคาทอลิกจึงเกิดการแตกแยกเป็นครั้งใหญ่ (Western Schism) อยู่ราว 100 ปีที่ผู้คนต่างแบ่งเป็นกลุ่มที่เชื่อตามฝั่งโรมหรืออาวิญง นักเทศน์หลายคนเริ่มแสดงความเสื่อมศรัทธาในองค์กรศาสนา

7.การปฏิรูปศาสนาครั้งใหญ่ศตวรรษที่ 16-17

ผลจากความเสื่อมศรัทธาในสถาบันศาสนา และความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 16 ทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มหันไปหาทางอื่น การขายใบไถ่บาปเพื่อหาเงินและข่าวฉาวของการแย่งชิงอำนาจในโรมเพื่อตำแหน่งผู้นำศาสนจักร กอปรกับการปฏิวัติวงการสิ่งพิมพ์ทำให้เรื่องนี้เป็นที่รู้กันในวงกว้างมากขึ้น

ปี 1517 มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) จึงเขียนคำประท้วง 95 ประการขึ้นเพื่ออภิปรายสิ่งที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกตัดขาดจากศาสนจักร (Excommunication) ความขัดแย้งจึงทวีคูณขึ้น ลูเธอร์ได้เสียงสนับสนุนจากสามัญชนและขุนนางบางส่วนจึงได้รับการคุ้มครองให้เทศนาต่อไปจนมีผู้เลื่อมใสมากขึ้น ผู้ติดตามลูเธอร์จึงได้ชื่อว่า ‘โปรเตสแตนท์’ (Protestants) ที่แปลว่า ‘ผู้ประท้วงหรือผู้คัดค้าน’

ช่วงเดียวกันยังมีผู้นำปฏิรูปสำคัญคนอื่นๆ อย่าง ฌอง กัลแวง (Jean Calvin) ที่เป็นผู้ให้กำเนิดโปรเตสแตนท์อีกสายหนึ่งด้วย ในอังกฤษ กษัตริย์เฮนรีที่ 8 ก็ประกาศตั้ง ‘คริสตจักรแห่งอังกฤษ’ (Church of England) ฝั่งคาทอลิกเองก็มีการปฏิรูปโต้ตอบ (Counter-reformation) เพื่อเรียกเสียงสนับสนุนคืนมา มีการปรับปรุงโครงสร้างพร้อมสังคายนาครั้งใหญ่ ส่งมิชชันนารีไปแดนไกลมากขึ้น.

8.จากกรุงโรมเหลือเพียงวาติกันปี 1870

ปี 1870 เป็นปีที่อิตาลีประกาศรวมชาติสำเร็จ เมื่อกองทัพฝรั่งเศสที่เคยทำหน้าที่อารักขาพระสันตะปาปาต่างถูกถอนกำลังไปจากกรุงโรมเพื่อปกป้องบ้านเกิดจากปรัสเซียและรัฐเยอรมัน ราชอาณาจักรอิตาลียังขาดดินแดนโดยรอบกรุงโรมจึงได้โอกาสนำกองทัพบุกเข้ายึดกรุงโรมจากกองทัพของพระสันตะปาปา ‘รัฐพระสันตะปาปา’ ได้ถึงจุดสิ้นสุดลง นครโรมกลายมาเป็นเมืองหลวงของอิตาลี ส่วนพระสันตะปาปาต้องยอมจำนนอำนาจทางการเมืองและปิดกั้นตัวเองภายในเขตพระราชวังหรือวาติกัน (Palace of the Vatican) จากรัฐอิตาลียาวนานเกือบ 50 ปี

กระทั่งปี 1929 เมื่อผู้นำอิตาลี เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ได้เจรจา ‘สนธิสัญญาลาเตรัน’ (Lateran Treaties) กับพระสันตะปาปาปิอุสที่ 11 (Pius XI) เพื่อรองรับสถานะของ ‘นครรัฐวาติกัน’ (Vatican City) ในฐานะรัฐแห่งหนึ่งในที่สุด.


ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

อ้างอิง

ประวัติศาสตร์ศาสนาคริสต์, เคนเน็ธ สก็อตท์ ลาทัวร์เร็ทท์
https://www.thoughtco.com/the-papal-states-1789449
https://history.state.gov/countries/papal-states
https://www.history.com/topics/reformation/reformation
https://www.pbs.org/wgbh/pages/frontline/shows/religion/first/diversity.html

Comments

Latest Article