WTF-Homo sapiens

ทำไมคนเราจึงกลัว 'คอมมิวนิสต์'?

Quick Facts

คอมมิวนิสต์ ดูจะเป็นคำต้องห้ามในสังคมปัจจุบัน การเอ่ยคำว่า 'คอมมิวนิสต์' ในที่สาธารณะ มักสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ได้ยิน และชักนำการประชาทัณฑ์จากผู้สัญจรใกล้เคียง ว่าแต่...คอมมิวนิสต์คืออะไร? เหตุใดคนจึงกลัวคำนี้?
คอมมิวนิสต์ (Communism) เป็นระบบการเมืองและเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง มีวัตถุประสงค์คือ ทำให้ 'ปัจจัยการผลิตที่สำคัญ' (อุปกรณ์เครื่องมือ โครงสร้างพื้นฐาน และโรงงาน ฯลฯ) และ 'ทรัพยากรธรรมชาติ' กลายเป็น 'ของส่วนรวม' คือกลายเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนรวม หรือสาธารณะ แทนที่จะเป็น 'กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล' คือตกเป็นของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลหนึ่งเท่านั้น เป้าหมายของลัทธิคอมมิวนิสต์ คือ สังคมอุดมคติที่ไร้เงินตรา ชนชั้น การแข่งขัน และความอยุติธรรมในสังคม เป็นสังคมที่ให้ประโยชน์แก่มนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม และให้อิสระในการดำรงชีวิตสูงสุด

คำว่า Communism มาจากคำว่า Kommunismus (คอมมูนิสมุส) ในภาษาเยอรมัน ซึ่งเป็นคำที่ คาร์ล มาร์กซ (Karl Marx) และ ฟรีดริช เองเงิลส์ (Friedrich Engels) ชาวเยอรมัน ใช้ในหนังสือ 'แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์' (The Communist Manifesto) ที่ตีพิมพ์ในค.ศ. 1848 คำว่า Kommunismus มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Communisme (คอมมิวนิสม์) ซึ่งมาจากรากศัพท์ Commun (กมมัง) แปลว่า 'ทั่วไป, แพร่หลาย, ธรรมดา, สาธารณะ' คำนี้ปรากฏในภาษาอังกฤษว่า Common (ทั่วไป) และ Community (ชุมชน) ด้วยเหตุนี้ โดยรากศัพท์ คำว่า Communism จึงหมายถึงระบบที่ให้ความสำคัญแก่ความเป็นส่วนรวมหรือสาธารณะ มากกว่าความเป็นส่วนตัว

ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 สภาพความเป็นอยู่และสภาพการทำงานอันโหดร้าย ของชนชั้นแรงงานในชุมชนแออัด เหมือง โรงงาน เนื่องจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ทำให้ปัญญาชนและนักทฤษฎีการเมืองกลุ่มหนึ่ง พยายามคิดค้นวิธีหรือระบอบที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ วิธีที่พวกเขาคิดค้นคือ การต่อต้านและกำจัดการผูกขาดการครอบครองทรัพย์สินและทุนโดยคนกลุ่มเดียว และต่อต้านการแข่งขันของระบบทุนนิยมจากระบบอุตสาหกรรม ตามด้วยการสร้างระบบใหม่ที่มนุษย์ร่วมมือกัน เพื่อสร้างประโยชน์แก่ทุกฝ่ายในสังคมอย่างเท่าเทียม แนวคิดหรือลัทธินี้ถูกเรียกว่า 'สังคมนิยม' (Socialism) และมีนักคิดคนสำคัญ เช่น โรเบิร์ต โอเว็น (Robert Owen, ปี 1771–1858) แต่นิยามดังกล่าวถูกมองว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพ้อฝัน และถูกตั้งฉายาว่า 'สังคมนิยมแบบอุดมคติ' หรือ 'สังคมนิยมแบบอุตมรัฐ' (Utopian Socialism)

ในปี 1848 คาร์ล มาร์กซ (1818–1883) และ ฟรีดริช เองเงิลส์ (1820–1895) อธิบายในหนังสือ 'แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์' ว่า ประวัติศาสตร์ของสังคมในอดีตทั้งปวง คือประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ระหว่างชนชั้น (Class Struggle) และตลอดประวัติศาสตร์มี 'ผู้กดขี่' และ 'ผู้ถูกกดขี่' ต่อต้านและต่อสู้กันอยู่เสมอ เช่น ในยุคกลาง ผู้กดขี่อย่างชนชั้นศักดินา ต้องพ่ายแพ้ต่อผู้ถูกกดขี่ ได้แก่ ชนชั้นกลาง หรือกระฎุมพี (Bourgeoisie) ซึ่งสามารถสร้างฐานะและความมั่งคั่งด้วยเงินที่ตนหาได้ โดยปราศจากบรรดาศักดิ์ และเฟื่องฟูจากการเป็นเจ้าของกิจการและนักธุรกิจหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม แต่ชนชั้นแรงงาน หรือกรรมาชีพ (Proletariat) ซึ่งเพิ่มจำนวนจากระบบอุตสาหกรรมและถูกกดขี่จากนายทุน คือผู้ถูกกดขี่แห่งยุคนั้น ชนชั้นกรรมาชีพจะปฏิวัติ ต่อสู้และโค่นล้มชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นผู้กดขี่ และสถาปนาอำนาจเบ็ดเสร็จ เพื่อแจกแจงทรัพยากรและปัจจัยการผลิต รื้อถอนระบบการปกครอง และสร้างระบบใหม่ที่เป็นธรรมและเท่าเทียมแก่ทุกฝ่าย จนกลายเป็นสังคมปราศจาก 'ชนชั้น' อันเป็นต้นตอแห่งปัญหาทั้งปวง

กล่าวได้ว่า แนวคิดของมาร์กซ เป็นการต่อยอดแนวคิดสังคมนิยม ด้วยการเสนอว่า ระบบสังคมนิยมจะเกิดขึ้นได้ด้วย 'การปฏิวัติ' และการปฏิวัติจะนำไปสู่สังคมคอมมิวนิสต์ในที่สุด

งานเขียนและแนวคิดของมาร์กซ กลายเป็นที่เชิดชูในวงการวิชาการ ผู้ที่ติดตามแนวคิดของมาร์กซ หรือลัทธิมาร์กซิสต์ (Marxism) จึงพยายามสร้างระบอบคอมมิวนิสต์ อันเป็นสังคมในอุดมคติ ให้เกิดขึ้นบนโลก เช่น วลาดีมีร์ เลนิน (Vladimir Lenin, ปี 1870–1924) ผู้นำการโค่นล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของจักรวรรดิรัสเซีย และจัดตั้งสหภาพโซเวียต (Soviet Union) โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นพรรคการเมืองปกครองรัสเซียเพียงพรรคเดียว แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า ระบอบคอมมิวนิสต์หลังยุคเลนิน กลับกลายเป็นลัทธิบูชาบุคคล (Cult of Personality) สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน จำกัดและละเมิดสิทธิเสรีภาพ และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ ขณะที่ระบอบคอมมิวนิสต์ในยุคเหมา เจ๋อตง (Mao Zedong, 1893–1976) ของจีน ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศจีน และคร่าชีวิตคนจีนนับล้าน ด้วย 'การก้าวกระโดดไกลไปข้างหน้า' (Great Leap Forward) ระหว่างปี 1958–1962 และการปฏิวัติทางวัฒนธรรม (Cultural Revolution) ระหว่างปี 1966–1976

นอกจากการผงาดขึ้นของระบอบเผด็จการและอำนาจนิยมภายใต้สโลแกน 'คอมมิวนิสต์' ของรัสเซียในปี 1917 และจีนในปี 1949 ลัทธิคอมมิวนิสต์ยังถูกโจมตีหรือป้ายความผิดจากฝ่ายตรงข้าม เช่น ในเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ฮิตเลอร์และพรรคนาซี ได้โฆษณาชวนเชื่อว่า ระบอบคอมมิวนิสต์จะทำลายเยอรมนี เพื่อสร้างความชอบธรรมแก่ตน หรือในประเทศอังกฤษ ที่หลงเชื่อว่า ฮิตเลอร์และรัฐบาลนาซีคือปราการสำคัญที่ป้องกันยุโรปจากสหภาพโซเวียต และอันตรายจากระบอบ 'คอมมิวนิสต์' จึงใช้นโยบายจำยอมสละ (Appeasement) เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อสงคราม และเปิดโอกาสให้เยอรมนีขยายอำนาจ

แต่ผู้สร้างความกลัว 'ลัทธิคอมมิวนิสต์' อันโด่งดังที่สุดในศตวรรษที่ 20 คือ สหรัฐอเมริกา ผู้นำโลกเข้าสู่สงครามเย็น เพื่อต่อต้านการขยายอิทธิพลของสหภาพโซเวียต ตัวละครสำคัญของการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ของสหรัฐคือ โจเซฟ แม็คคาร์ธี (Joseph McCarthy, ปี 1908–1957) นักการเมืองชาวอเมริกัน และวุฒิสมาชิกสังกัดพรรคริพับลิกันจากรัฐวิสคอนซิน เขาใช้ข่าวลือและการข่มขู่เพื่อสร้างอิทธิพลในเวทีการเมืองสหรัฐ และโจมตีผู้เห็นต่างกับนโยบายของตนว่า นิยมสหภาพโซเวียต ระหว่างปี 1944–1957 เขากล่าวหาคนเหล่านี้ว่า ไม่จงรักภักดี (Disloyal) คิดล้มล้างระบอบปกครอง (subversion) หรือเป็นกบฏ (treason) และเชื่อมโยงลักษณะดังกล่าว กับความเป็นคอมมิวนิสต์ การต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรงด้วยข้อหา 'ล้มล้างระบอบปกครอง' หรือ 'เป็นกบฏ' โดยปราศจากหลักฐานที่แน่ชัด จึงได้ฉายาว่า 'ลัทธิแม็คคาร์ธี' (McCarthyism) ตามนามสกุลโจเซฟ แม็คคาร์ธี

นอกจากลัทธิแม็คคาร์ธี สหรัฐยังก่อสงครามเย็นเพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ โดยมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ สหรัฐมักโฆษณาชวนเชื่อว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นอันตรายต่อเสถียรภาพโลก และมักแทรกแซงการเมืองในประเทศต่าง ๆ แถบอเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสนับสนุนฝ่ายการเมืองขั้วตรงข้ามกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ เช่น สนับสนุนให้เอากุสโต ปิโนเช (Augusto Pinochet) ก่อรัฐประหารในชิลีเมื่อปี 1973 และจัดตั้งรัฐบาลเผด็จการทหารปกครองชิลีจนถึงปี 1990 หรือการทำสงครามเวียดนามระหว่างปี 1955–1975 เพื่อต่อต้านฝ่ายเวียดนามเหนือซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์

แม้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเผด็จการจะติดตาผู้คน แต่ 'แนวคิดสังคมนิยม' หรือ 'แนวคิดคอมมิวนิสต์' ก็ไม่ได้เป็น 'เผด็จการ' เสียทั้งหมด ทั้งยังแบ่งออกเป็นหลายแขนง ขณะที่หลายแนวคิดยังต่อต้านระบอบอำนาจนิยม 'ธงแดง' ที่เคยเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 ด้วยซ้ำ

แนวคิดเหล่านี้มีตั้งแต่ สังคมนิยมประชาธิปไตย (Democratic Socialism) ที่เสนอการปฏิรูปในกระบวนการประชาธิปไตย เพื่อสร้างรัฐสวัสดิการ และนำไปสู่สภาพสังคมนิยม เช่น เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) สมาชิกสภาคองเกรสสังกัดพรรคเดโมแครตชาวอเมริกัน ที่เคยลงแข่งกับ โจ ไบเดน (Joe Biden) เพื่อชิงตัวแทนพรรคสำหรับเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ และ เจเรมี คอร์บิน (Jeremy Corbyn) นักการเมืองพรรคแรงงาน (Labour Party) ชาวอังกฤษที่พ่ายแพ้ให้ บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด รวมไปถึงนักเขียนอังกฤษชื่อดัง จอร์จ ออร์เวลล์ (George Orwell) ผู้แต่งนวนิยาย แอนิมอล ฟาร์ม (Animal Farm) เพื่อเสียดสีแนวคิดการเมืองแบบสตาลิน

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดสังคมนิยมแบบอิสระนิยม (Libertarian Socialism) และ อนาธิปไตย (Anarchism) ที่มองว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความอยุติธรรม มีต้นตอจากโครงสร้างของ 'รัฐ' ตั้งแต่ต้น การสร้างสังคมใหม่ ต้องอาศัยการทำลายรัฐทิ้ง หรือกระจายอำนาจให้มากที่สุด เพื่อไปถึงเป้าหมายของสังคมเท่าเทียมอย่างแท้จริง และสนับสนุนให้ใช้ประชาธิปไตยทางตรง (Direct Democracy) ที่ประชาชนสามารถออกเสียงในเรื่องนโยบายได้โดยตรง ปัจจุบัน มี 'กลุ่มประชาชน' ที่สังกัดค่ายนี้ คือ เขตปกครองตนเองสหพันธรัฐประชาธิปไตยซีเรียเหนือ หรือ โรยาวา (Rojava) ที่ประกอบไปด้วยชาวเคิร์ด ชาวอาหรับ ชาวอัสซีเรีย และชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่ยังมีบทบาทอยู่ คือ ซาปาติสตา (Zapatista) ในรัฐเชียปัส (Chiapas) ของเม็กซิโก ซึ่งการต่อสู้ของทั้งสองกลุ่ม ยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางสถานการณ์อันยุ่งเหยิง

แม้สงครามเย็นจะสิ้นสุดแล้ว แต่ความกลัวลัทธิคอมมิวนิสต์ยังคงดำรงอยู่ในจิตสำนึกของคนจนถึงปัจจุบัน อาจเป็นเพราะประวัติศาสตร์ทางการเมืองฝ่ายซ้ายถูกบดบังมายาวนาน ทำให้ประชาชนยัง 'ไม่รู้จัก' หรือ 'ไม่เข้าใจ' ในความหมายของคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริง.


ภาพประกอบ : ชุติมณฑน์ ปทาน

อ้างอิง
.
https://www.britannica.com/topic/communism
.
https://www.bbc.co.uk/bitesize/guides/zvkn8xs/revision/9
.
https://www.dsausa.org/abou.../what-is-democratic-socialism/
.
https://www.facebook.com/lltd.tu/posts/757879414234036/
.
https://www.history.com/topics/cold-war/red-scare
.
https://www.opendemocracy.net/en/democraciaabierta/zapatistas-lecciones-de-auto-organización-comunitaria-en/
.
https://prachatai.com/journal/2016/04/65408
.
https://www.quora.com/Why-do-so-many-people-fear-Communism
.
https://theanarchistlibrary.org/.../zaher-baher...
.

Comments

Latest Article