Why?

ทำไมฮ่องกงยุค 90s จึงเป็นยุค 'อันธพาลครองเมือง'

ฮ่องกงไม่ได้มีชื่อเสียงเรื่องแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจโลกเท่านั้น 'มาเฟียฮ่องกง' และ 'อันธพาลครองเมือง' ยังปรากฏในมโนภาพของใครหลายคนเมื่อนึกถึงเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะอะไร?

ภาพยนตร์เรื่อง 'โหด เลว ดี' (A Better Tomorrow, ปี 1986), 'คนตัดคน' (God of Gamblers, ปี 1989), 'กู๋หว่าไจ๋ มังกรฟัดโลก' (Young and Dangerous, ปี 1996), และ 'สองคนสองคม' (Infernal Affairs, ปี 2002) ล้วนแสดงให้เห็นภาพ 'อันธพาลครองเมือง' และ 'มาเฟียฮ่องกง' นอกเหนือจากภาพมหานครเศรษฐกิจโลก และจุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยว

มาเฟียฮ่องกงมีต้นกำเนิดจากขบวนการใต้ดินในจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 สมาคมลับนี้มีหลายชื่อ เช่น หงเหมิน (Hongmen) แปลตรงตัวว่า 'ครอบครัวใหญ่', เทียนตี้ฮุ่ย (Tiandihui) แปลตรงตัวว่า 'พรรคฟ้าดิน', หรือ Sanhehui แปลตรงตัวว่า 'สมาคมสามประสาน' (Three Harmonies Society) ซึ่งเป็นที่มาของศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Triad (ไตรภาคี หรือองค์สาม) สำหรับเรียกสมาคมลับของคนเชื้อสายจีนในปัจจุบัน

เดิมทีสมาคมเหล่านี้ตั้งขึ้นเพื่อปกป้องที่ดินทำกินและผลประโยชน์ของสมาชิก ทั้งยังมีอุดมการณ์ต่อต้านราชวงศ์ชิง (ราชวงศ์ชาวแมนจู ปกครองจีนตั้งแต่ปี 1644–1911) และกอบกู้ราชวงศ์หมิงขึ้นมาใหม่ เมื่อพรรคชาตินิยมจีน หรือก๊กมินตั๋ง (Kuomintang) ปกครองสาธารณรัฐจีนระหว่างปี 1912–1949 พวกเขาได้หยิบยืมความช่วยเหลือจากพรรคฟ้าดินเพื่อจัดการปฏิปักษ์ทางการเมือง

เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนสถาปนาอำนาจของตนเหนือในปี 1949 พวกเขาปราบปรามสมาคมลับต่างๆ อย่างรุนแรง จนต้องอพยพไปยังดินแดนอื่น เช่นไต้หวัน (ย้ายตามพรรคก๊กมินตั๋ง) และฮ่องกง ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งแต่ปี 1842 ฮ่องกงจึงกลายเป็นศูนย์รวมขบวนการใต้ดินนับแต่นั้น ในทศวรรษที่ 1960 มีแก๊งมาเฟียประมาณ 60 กลุ่มในฮ่องกง และมีประชากร 1 ใน 6 ที่สังกัดขบวนการเหล่านี้ เหล่ามาเฟียได้หันไปหารายได้จากการค้ายาเสพติด ฉ้อโกง รีดไถ เก็บค่าคุ้มครอง ฟอกเงิน และค้าบริการทางเพศ

การปะทะกันระหว่างกลุ่มมาเฟียเป็นเรื่องปกติ เช่นในปี 1972 เมื่ออุโมงค์ใต้น้ำ (Cross-Harbour Tunnel) สำหรับลอดระหว่างเกาะเกาลูนกับเกาะฮ่องกงสร้างเสร็จ แก๊งมาเฟียได้ปะทะกันเพื่ออ้างสิทธิ์ควบคุมสายรถเมล์ที่สัญจรลอดอุโมงค์ ขณะที่ตำรวจต้องรับมือกับมาเฟียที่พยายามชิงสหายที่ถูกควบคุมตัวคืน เพราะแก๊งมาเฟียมักมีกฎต้องช่วยเหลือมิตรสหายที่ถูกจับได้ ตำรวจฮ่องกงจึงจัดตั้งหน่วยองค์กรอาชญากรรมและสมาคมลับ (Organised Crime and Triad Bureau) เพื่อรับมือมาเฟียฮ่องกงราว 1 แสนนาย ซึ่งสังกัดกลุ่มสำคัญๆ ได้แก่ Wo Hop To, Wo Shing Wo, 14K และ Sun Yee On

สำหรับแบรี จอห์น สมิท (Barry John Smith) ผู้อำนวยการอาวุโสแห่งกรมตำรวจฮ่องกง ต้นทศวรรษที่ 1990 คือช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์มาเฟียฮ่องกง เพราะอังกฤษกำลังจะส่งมอบฮ่องกงคืนแก่จีน หลังสัญญาเช่า 99 ปีกำลังจะหมดลงในปี 1997 เขากล่าวว่า "ในความคิดของอาชญากร
'นี่คือโอกาสสุดท้ายที่พวกเราจะทำเงิน ก่อนกองทัพจีนจะเข้ามา'" คดีสำคัญได้แก่ คดีลักพาตัววิคเตอร์ ลี บุตรชายคนโตของมหาเศรษฐีลีกาชิง โดยมาเฟียชื่อ Cheung Tze-keung ฉายา 'Big Spender' แลกกับค่าไถ่ 1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงในปี 1996 และคดีปล้นร้านเครื่องเพชรระหว่างทศวรรษที่ 1980 และ 1990 ด้วยปืน AK-47 โดยมาเฟีย Yip Kai Foon ฉายา 'Teeth Dog'

วีรกรรมเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้สร้างภาพยนตร์ฮ่องกงยุคปี 70 ถึง 90 ผลิตภาพยนตร์แนวอาชญากรรม จนเป็นลายเซ็นของภาพยนตร์ฮ่องกง ถึงขั้นยกย่องให้เหล่าอันธพาลมาเฟียเป็นวีรบุรุษแห่งฮ่องกงยุค 90s.


ภาพประกอบ: เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

อ้างอิง

https://www.bbc.co.uk/.../163_wag_globalcrime/page4.shtml
https://www.info.gov.hk/.../201402/28/P201402270264.htm
https://www.gypzyworld.com/article/view/736
https://zolimacitymag.com/hong-kong-crime-wave-why-the.../
https://www.scmp.com/.../brief-history-hong-kongs-triad...

Comments

Latest Article