Why?

ทำไมเกาหลีใต้ยังคงบังคับผู้ชายทุกคน 'เกณฑ์ทหาร'

Quick Facts

การเกณฑ์ทหารในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา หรือสหรัฐอเมริกา ถูกมองเป็นเรื่องล้าหลัง และมีการพัฒนาทหารอาชีพให้มีสวัสดิการจูงใจแทนการเกณฑ์ทหารแบบดั้งเดิม หรือมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์กับพัฒนาสังคมให้เยาวชนไปทำโดยไม่ต้องไปเข้าแถวในค่ายทหาร แต่นั่นไม่ใช่กับประเทศอย่างเกาหลีใต้ เมื่อดูภายนอก เกาหลีใต้ดูมีเสถียรภาพ มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ยังต้องบังคับเกณฑ์ทหารชายราวกับว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งใหม่ขึ้น
เมื่ออายุได้ราว 18-20 ปี เป็นช่วงวัยที่ชายเกาหลีทุกคนต้องเตรียมพร้อมเข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อรับราชการเป็นทหารเป็นเวลาราว 2 ปี บางรายอาจขอผ่อนผันเนื่องจากภาระการงานไปก่อนหลายปีแล้วค่อยไปเข้ากองทัพ

บุคคลสองสัญชาติที่มีอายุ 18 ปีจะต้องเลือกถือสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง และสัญชาติเกาหลีก็มาพร้อมกับการเกณฑ์ทหาร อีกทางเลือกหนึ่งคือทิ้งสัญชาติเกาหลีไปเลย มีชาวเกาหลีไม่น้อยที่ตั้งหลักปักฐานในต่างประเทศจำเป็นต้องละทิ้งสัญชาติเกาหลีไป บางส่วนที่ยังจำเป็นต้องกลับมาเกาหลีอาจต้องยอมทิ้งสถานภาพในประเทศอื่นไปเพื่อตบเท้าเข้ากองทัพ

เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ หลักฐานการเกณฑ์ทหารของเกาหลีใต้เริ่มปรากฏในร่างกฎหมายตั้งแต่ปี 1949 เป็นช่วงที่สาธารณรัฐเกาหลีถือกำเนิดขึ้น โดยระบุว่า "ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ในการปกป้องชาติ" แต่กว่ากฎหมายจะบังคับใช้ได้เต็มประสิทธิภาพก็ล่วงเข้าปี 1957 ซึ่งเริ่มระบุชัดเจนว่า "ชายอายุ 19 ปีขึ้นไปต้องเข้ารับราชการทหาร"

แต่ที่มาที่ไปของการเกณฑ์ทหารก็ต้องย้อนกลับไปถึงยุคสงครามเกาหลีระหว่างปี 1950-1953

ช่วงก่อนสงครามเกาหลี คาบสมุทรแห่งนี้เป็นชายแดนระหว่างขั้วอำนาจจีน-โซเวียตกับอีกฝ่ายคือสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร กองทัพของฝ่ายใต้หรือสาธารณรัฐเกาหลียังมีสภาพเหมือนกองทหารรักษาการณ์และกลุ่มอาสาสมัครติดอาวุธ แต่เมื่อสงครามระเบิดขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายน ปี 1950 เกาหลีใต้กลับพบว่าฝ่ายเหนือนั้นมีกองกำลังเหนือกว่าในแทบทุกด้าน ทั้งประสบการณ์ จำนวน อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนและสหภาพโซเวียต

กองทัพเกาหลีเหนือรุกหน้าเข้าเมืองแล้วเมืองเล่าอย่างไม่หยุดหย่อน ส่วนฝ่ายใต้ต้องถอยร่นอย่างเร่งรีบ ภายในระยะเวลาเพียง 5 วันกรุงโซลก็ตกเป็นของเกาหลีเหนือ กองทัพฝ่ายใต้เหลือจำนวนราว 2 หมื่นนายเท่านั้น เขตแดนของเกาหลีใต้เหลือเพียงพื้นที่ไม่กี่ร้อยกิโลเมตรปลายคาบสมุทรเท่านั้น

เกาหลีใต้จึงขอความช่วยเหลือไปยังสหรัฐอเมริกาและสหประชาชาติ ซึ่งมีมติให้ส่งกองกำลังไปช่วยเหลือเกาหลีใต้ทันที กองทัพเกาหลีใต้ที่ยังเหลืออยู่ถูกโอนมาอยู่ในควบคุมของสหรัฐฯ ทันที

กองทัพพันธมิตรนานาชาติยกพลขึ้นบกที่เกาหลีและสามารถรุกไล่เกาหลีเหนือจนถอยร่นไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงชายแดนจีน สถานการณ์พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่แล้วสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ได้ส่งกองทัพมหาศาลเข้าช่วยเกาหลีเหนือที่กำลังเพลี่ยงพล้ำจนฝ่ายใต้และพันธมิตรต้องถอยร่นไปอีก หลังการสู้รบอันยืดเยื้อและทารุณหลายปี ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงสงบศึกกันในเดือนกรกฎาคม ปี 1953

แม้ทั้งสองฝ่ายจะตกลงสงบศึกเรียบร้อย แต่ยังพบว่ามีความพยายามจากเกาหลีเหนือที่จะแสดงแสนยานุภาพหรือข้ามชายแดนมาหลายครั้ง มีทั้งการขุดอุโมงค์ส่งกองกำลังข้ามแดน การโจมตีตามชายแดนประปราย หรือโจมตีเรือที่ผ่านไปมา ถึงขั้นที่ คิม อิล ซุง (Kim Il Sung) ผู้นำเกาหลีเหนือยังเคยไปขอความช่วยเหลือกับเหมา เจ๋อ ตุง (Mao Zedong) เพื่อทำสงครามอีกครั้งในปี 1975 แต่รัฐบาลจีนกลับปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ เพื่อทำสงครามอีก

เกาหลีใต้ที่เคยมีบทเรียนจากการถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงจึงออกกฎหมายเกณฑ์ทหารมาใช้อย่างจริงจึงตั้งแต่ปี 1957 เพื่อเตรียมรับมือกับกองทัพฝ่ายเหนืออีก ฐานทัพสหรัฐฯ จำนวนมากถูกตั้งในเกาหลีใต้เพื่อช่วยฝึกฝนกองทัพใหม่ของเกาหลี

แต่กองทัพเกาหลีใหม่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องประเทศเท่านั้น กองกำลังเหล่านี้ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือของเผด็จการและได้บรรลุอำนาจสูงสุดในสมัยประธานาธิบดี พัก จ็อง-ฮี (Park Chung-hee) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเผด็จการจอมฉาวแห่งเกาหลี ความสำคัญของกองทัพถูกเน้นย้ำ มีเผยแพร่ข่าวสนับสนุนทหารตั้งแต่ในโรงเรียนประถมยันสื่อสาธารณะ องค์กรข่าวกรองและทหารได้กลายมาเป็นมือเท้าของประธานาธิบดีผู้นี้อย่างเต็มขั้น ความสำคัญของการมีกองกำลังสำรองจำนวนมากของเกาหลีใต้จึงมิได้มีเพื่อปกป้องประเทศและรักษาดุลอำนาจเท่านั้น แต่ยังมีผลทางการเมืองภายในด้วยเช่นกัน

แต่ปัจจุบันรัฐบาลเกาหลีใต้ภายใต้การนำของ มุน แจ-อิน (Moon Jae-in) ได้มีความพยายามที่จะลดกฎกติกาเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารลง โดยประธานาธิบดีเกาหลีได้ประกาศว่าเขาจะพยายามลดระยะเวลาในการเกณฑ์ทหารให้เหลือราว 10 กว่าเดือนเท่านั้น

ตั้งแต่ปี 2018 ศาลเกาหลีใต้ได้ตัดสินให้ประชาชนสามารถขอละเว้นเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมได้ (Conscientious Objection) หมายความว่าคนที่มีแนวคิดทางการเมืองหรือความเชื่อทางศาสนาสามารถปฏิเสธการเป็นทหารโดยยืนอยู่บนหลักที่ตนยึดถือได้ เช่น กลุ่มคริสเตียน 'พยานพระยะโฮวาห์' (Yehowah's Witness) หรือ 'เซเวนเดย์แอดเวนทิสต์' (Seventh-day Adventist) ที่ปฏิเสธการรบราฆ่าฟัน ส่วนผู้ที่เคยถูกจำคุกเพราะปฏิเสธการเป็นทหารก็ได้รับการปล่อยตัวในที่สุด

ปัจจุบันสงครามเกาหลียังไม่ถือว่าสิ้นสุดดี ภาพที่เราเห็นในปัจจุบันยังอยู่ในสภาวะ 'สงบศึก' เท่านั้น ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการทำข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทอย่างสันติขั้นสุดท้าย เกาหลีเหนือยังคงพัฒนาขีปนาวุธเพื่อสำแดงแสนยานุภาพอยู่เป็นนิจ สันติที่แท้จริงในคาบสมุทรแห่งนี้ยังดูเป็นความฝันอันห่างไกล ส่วนปัญหาการทารุณกรรมที่เกิดขึ้นต่อพลทหารก็ยังเป็นประเด็นร้อนที่สังคมเกาหลีต้องหาทางออกต่อไป.


ภาพประกอบ : ชุติมณฑน์ ปทาน

อ้างอิง

https://www2.gwu.edu/.../assets/docs/scap/SCAP26-HMS05.pdf
https://www.lowyinstitute.org/.../debating-south-korea-s...
http://www.cs.columbia.edu/.../opi.../military/military.html
https://thediplomat.com/.../south-koreas-conscientious.../

Comments

Latest Article