English From History

เรียนศัพท์ภาษาอังกฤษผ่านประวัติศาสตร์ : ปฏิวัติอเมริกา

ชายในชุดทางการต่างรวมตัวกันในสภา …
เสียงจรดปากกาลงบนผืนกระดาษยาว …
ม้าเร็วแจ้งข่าวควบป่าวประกาศไปตามท้องถนน …
เสียงทหารประกาศรับสมัครคนหนุ่ม ...


นี่คือเหตุการณ์ร่างคำประกาศอิสรภาพในเมืองฟิลาเดลเฟียในปี 1776 อันเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญระหว่างสงครามประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา

วันนี้ เรียนศัพท์ภาษาอังกฤษผ่านประวัติศาสตร์ by Gypzy World ขอพาท่านย้อนเวลาไปสำรวจความขัดแย้งครั้งสำคัญในสงครามเรียกร้องอิสรภาพหรือ การปฏิวัติอเมริกา (American Revolution)

4 กรกฎาคม คือวันครบรอบการลงนามประกาศอิสรภาพของอาณานิคมทั้ง 13 แห่งในอเมริกาเหนือเมื่อปี 1776 หลังรัฐบาลอังกฤษเพิ่มภาษีและผ่านพระราชบัญญัติในนิคมมาหลายปี สร้างความบาดหมางให้ชาวอาณานิคมที่มองว่าตนไม่มีผู้แทนในสภาอังกฤษ แต่กลับต้องแบกรับการตัดสินใจของรัฐบาล ความขัดแย้งที่สั่งสมมานานเริ่มได้ลุกลามจนกลายเป็นสงครามในที่สุด

ชาวอาณานิคมต่างแตกเป็น 2 ฝ่ายที่สนับสนุนการแยกตัวและผู้จงรักภักดีต่อรัฐบาลอังกฤษ ฝ่ายอังกฤษและชาวอเมริกันผลัดกันรุกรับชนะบ้างแพ้บ้าง หลังการต่อสู้อันยาวนาน 8 ปี อังกฤษก็ต้องยอมรับเอกราชของนิคมทั้ง 13 แห่ง

และนั่นคือจุดเริ่มต้นหนทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

ปล. อักษรย่อไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
n. หมายถึง คำนาม
v. หมายถึง คำกริยา
adj. หมายถึง คำคุณศัพท์



Colonists (n.) ชาวอาณานิคม

Colonists แปลว่า ชาวอาณานิคม หมายถึงคนที่สืบเชื้อสายจากชาวยุโรปที่มาตั้งรกรากในทวีปอเมริกาหรือดินแดนโพ้นทะเลอื่นๆ

ในกรณีปฏิวัติอเมริกา ชาวอังกฤษยังคงมองว่าฝ่ายอเมริกันเป็นชาวอาณานิคมของตนอยู่

ตัวอย่างประโยค

Colonists from Europe started settling in the New World from 16th century onward.

ชาวอาณานิคมจากยุโรปเริ่มเข้าไปตั้งถิ่นฐานในโลกใหม่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา



Declare (v.) ประกาศ
Declaration (n.) การประกาศ


Declaration แปลว่า การประกาศ, คำประกาศ, แถลงการณ์, ปฏิญญา

แม้ข้อความบางส่วนจากคำประกาศอิสรภาพอเมริกาจะถูกละไปเนื่องจากยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน แต่ยังมีข้อความหนึ่งที่คงความอมตะคือ “มนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกัน และพระผู้สร้างได้มอบสิทธิบางประการที่จะเพิกถอนมิได้ไว้ให้แก่มนุษย์ ในบรรดาสิทธิเหล่านั้นได้แก่ ชีวิต เสรีภาพและการเสาะแสวงหาความสุข”

ตัวอย่างประโยค

The Declaration of Independence was signed by delegates from Thirteen Colonies.

คำประกาศอิสรภาพได้รับการลงนามโดยผู้แทนจากอาณานิคมทั้ง 13 แห่ง



Continental Army (n.) กองทัพภาคพื้นทวีป

Continental Army หมายถึง กองทัพภาคพื้นทวีปคือกองกำลังป้องกันตนเองของรัฐทั้ง 13 แห่ง เปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของสหรัฐอเมริการะหว่างสงครามประกาศเอกราช โดยมีจอร์จ วอชิงตันเป็นผู้บัญชาการสูงสุด เมื่อสงครามสงบลงกองทัพภาคพื้นทวีปก็ถูกยุบและก่อตั้งใหม่จนกลายเป็นกองทัพสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา

ตัวอย่างประโยค

Continental Army was inexperienced and faced difficulties at the start of the war.

กองทัพภาคพื้นทวีปนั้นขาดประสบการณ์และต้องประสบความยากลำบากมากมายในช่วงต้นสงคราม



Minutemen (n.) กองกำลังอาสาสมัครประจำท้องถิ่น

Minutemen คือกลุ่มทหารอาสาชาวอาณานิคมประจำเมืองที่รวมตัวกันฝึกใช้อาวุธและวิชาการรบเพื่อเตรียมพร้อมรับมือทหารอังกฤษ ชื่อ ‘Minutemen’ มาจากความพร้อมในการระดมพลทันท่วงทีเมื่อมีการเตือนภัยหรือเรียกระดมพล พวกเขาไม่ขึ้นกับกองทัพภาคพื้นทวีปจึงไม่มีเครื่องแบบและยุทโธปกรณ์อย่างเป็นทางการ แถมยังคัดเลือกผู้บัญชาการกันเอง

ตัวอย่างประโยค

Minutemen often deployed guerilla tactics they’ve learned from the Indians.

กองกำลังอาสาสมัครประจำท้องถิ่นมักใช้กลยุทธ์การรบแบบกองโจรที่พวกเขาเรียนรู้มาจากชาวอินเดียนแดง



Redcoats (n.) พวกชุดแดง, ทหารอังกฤษ

Redcoats หมายถึง ชาวอเมริกันมักเรียกทหารอังกฤษว่า ‘พวกชุดแดง’ เพราะทหารอังกฤษส่วนใหญ่สวมชุดเครื่องแบบสีแดงสด แต่ละกรมทหารอาจมีรายละเอียดสีชายเสื้อหรือปกคอเสื้อที่แตกต่างกันไป แต่มักสีแดงเป็นพื้นหลัก

ตัวอย่างประโยค

Redcoats were the colonists’ most fearsome enemy. They were disciplined, relentless, and battle-hardened.

ทหารอังกฤษเป็นศัตรูที่น่าเกรงขามที่สุดของชาวอาณานิคม พวกเขามีวินัย ทรหด และผ่านศึกมาอย่างโชกโชน



Skirmish (n.) การต่อสู้ประปราย
Skirmish (v.) ปะทะ


Skirmish แปลว่า การรบแบบฉาบฉวย, การต่อสู้กันอย่างประปราย เป็นการต่อสู้กันหรือปะทะระหว่างกองกำลังขนาดย่อมของทั้งสองฝ่าย

ช่วงก่อนการรบหรือระหว่างการรบ กองทัพของแต่ละฝ่ายจะมีหน่วยทหารราบเบา (Skirmishers) สำหรับโจมตีฉาบฉวยเพื่อก่อกวนแนวรบของฝ่ายตรงข้าม โดยทหารเหล่านี้จะไม่ได้มีการเดินแถวชิดแบบทหารทั่วไป แต่จะกระจายตัวกันยิงใส่ข้าศึก ก่อนจะล่าถอยไปเมื่อข้าศึกเข้ามาใกล้

ตัวอย่างประโยค

Throughout the countryside, there have been reports of skirmishes between British regulars and colonial militia.

ทั่วแถบชนบทมีรายงานการปะทะกันประปรายระหว่างทหารอังกฤษและกองกำลังอาสาอาณานิคม



Loyal (adj.) ภักดี
Loyalists (n.) ผู้ภักดี


Loyalists แปลว่า ผู้จงรักภักดี เป็นคำใช้เรียกชาวอาณานิคมที่ยังฝักใฝ่และภักดีต่ออังกฤษอยู่ ในกองทัพอังกฤษยังมีกองทหารที่มาจากผู้ภักดีโดยเฉพาะ โดยทหารเหล่านี้มักสวมชุดยูนิฟอร์มสีเขียว ทาสผิวดำหลายพันคนก็หลบหนีเจ้านายอเมริกันไปเข้ากับฝ่ายอังกฤษเช่นกัน

ตัวอย่างประโยค

Throughout the War of Independence, about one-third of colonists were still loyal to the British Crown. Many of them even enlisted in British army.

ตลอดสงครามประกาศอิสรภาพ ชาวอาณานิคมถึง 1 ใน 3 ยังคงจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์อังกฤษอยู่ หลายคนถึงกับเข้าร่วมกองทัพอังกฤษด้วยซ้ำ



Ambush (n.) การซุ่มโจมตี
Ambush (v.) ซุ่มโจมตี


Ambush แปลว่า การซุ่มโจมตี, ดักโจมตี, ลอบโจมตี

ทหารอาสามักไม่ได้รับการฝึกอาวุธระยะประชิดแบบทหารประจำการ รวมถึงไม่มีดาบปลายปืน ปืนของพวกเขามักเป็นปืนล่าสัตว์ที่แม่นยำ แต่ใช้เวลาบรรจุกระสุนนานกว่า เหมาะสำหรับยิงระยะไกลมากกว่าต่อสู้ระยะประชิด ยุทธวิธีที่พวกทหารอาสานิยมใช้กันคือดักซุ่มโจมตีทหารอังกฤษที่กำลังเดินทาง

ตัวอย่างประโยค

When outnumbered by the British, the militiamen often resort to ambush tactics with their highly accurate rifles.

เมื่อใดทหารอังกฤษมีจำนวนมากกว่า เหล่าทหารอาสามักหันไปใช้การซุ่มโจมตีด้วยปืนไรเฟิลที่แม่นยำสูงแทน



Expatriate (n.) ผู้อพยพไปต่างแดน
Expatriate (v.) เนรเทศ, ย้ายถิ่นฐาน, อพยพไปต่างแดน


Expatriate แปลว่า ผู้อพยพไปต่างประเทศ, ผู้ถูกเนรเทศ คำนี้ยังหมายถึงชาวอาณานิคมที่ยังภักดีต่ออังกฤษและอพยพไปอังกฤษหรือนิคมอังกฤษแห่งอื่นหลังสงครามสงบลง ซึ่งผู้อพยพเหล่านี้มีจำนวนมากถึง 7 หมื่นคน

ตัวอย่างประโยค

Benjamin Franklin’s son was one of the expatriates during the war, he settled in England and never returned.

บุตรชายของเบนจามิน แฟรงคลินเป็นหนึ่งในผู้อพยพออกนอกประเทศระหว่างสงคราม เขาปักหลักที่อังกฤษและไม่กลับมาอีกเลย



Independent (adj.) ไม่ขึ้นกับใคร, เป็นเอกราช, เป็นอิสระ
Independence (n.) เอกราช, ความเป็นอิสระ


แม้การประกาศอิสรภาพจะเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์อเมริกัน แต่นั่นไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม เพราะชาวอาณานิคมได้จับอาวุธต่อสู้กับกองทัพอังกฤษมาตั้งแต่ปี 1775 แล้ว

ตัวอย่างประโยค

American War of Independence had inspired many of later revolutions around the world including the French Revolution.

สงครามประกาศอิสรภาพอเมริกาได้เป็นแรงบันดาลใจให้การปฏิวัติหลายครั้งทั่วโลก รวมไปถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส


เรื่อง : อันโตนิโอ โฉมชา
ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

อ้างอิง :

https://en.wiktionary.org/wiki/Wiktionary:Main_Page
https://www.merriam-webster.com
https://www.britannica.com/event/American-Revolution
https://www.oxfordlearnersdictionaries.com/
https://www.youtube.com/watch?v=HlUiSBXQHCw https://www.youtube.com/watch?v=0JLvRJzvOic

Comments

Latest Article