Oriental Way

คาวชีวิตจางจงชาง ขุนศึกสามไม่รู้

ในยุคขุนศึกต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีนายพลผู้หนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาในแถบซานตง เขามีนามว่า 'จางจงชาง 张宗昌'

จางจงชางเป็นชาวซานตง เกิดมาในครอบครัวฐานะยากจนเมื่อปี ค.ศ.1881เขาเริ่มจากเป็นโจร ต่อมาจึงเริ่มเข้าไปเป็นทหารในอาณัติของ 'จางจั้วหลิน 张作霖' ขุนศึกแมนจูเรีย ผู้นำขุนศึกเป่ยหยาง
กลุ่มเฟิ่งเทียน จางจงชางทำผลงานเข้าตาจางจั้วหลิน จนได้เลื่อนยศเลื่อนขั้นสร้างฐานอำนาจของตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ ในปี 1924 เขาก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายพลผู้ว่าการซานตงบ้านเกิด


จางจงชาง ขุนศึกสามไม่รู้ ที่มาของภาพ 

จางจงชางนั้นได้ชื่อว่าเป็นนายทหารที่รบพุ่งเก่ง เขาสร้างกองทัพของเขาโดยการเกณฑ์เอาพวกรัสเซียขาว (ที่หนีภัยคอมมิวนิสต์จากบ้านเกิด) เข้ามาเป็นทหารช่วยรบและช่วยฝึกทหารให้กับเขา จนกองทัพของ
จางจงชางแข็งแกร่งขึ้นมา

นอกจากการรบพุ่ง ชีวิตส่วนตัวของจางจงชางก็มีสีสันไม่เบา จางจงชางมีฉายาที่มีผู้เรียกขาน (ลับหลัง) มากมาย ทั้ง 'ปีศาจกลับชาติมาเกิด 混世魔王' 'ยอดขุนพลเบญจพิษ 五毒大将军' และอีกฉายาที่ได้ยินบ่อยคือ 'นายพลเนื้อสุนัข 狗肉将军' สองฉายาแรกพอจะเดาได้ว่ามาจากความโหดเหี้ยมของจางจงชาง แต่ฉายานายพลเนื้อสุนัขนั้นไม่ได้มาจากการที่เขาชอบทานเนื้อสุนัขแต่อย่างไร แต่เป็นเพราะว่าเขาชอบเล่นการพนันไพ่ชนิดหนึ่งมีลักษณะเหมือนโดมิโน คนทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเรียกการเล่นไพ่นี้ว่า 'การกินเนื้อสุนัข' เขาจึงได้ชื่อว่า นายพลเนื้อสุนัข

และแม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นเหมือนปีศาจกลับชาติมาเกิด ก่อกรรมทำเข็ญกับผู้คน แต่กับคนรอบตัวจางจงชางกลับมีเมตตาชนิด 'พี่มีแต่ให้' ทำให้ลูกเมียและลูกน้องล้วนจงรักภักดีต่อเขา จางจงชางกลายเป็นขุนศึกที่มีทั้งทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา และอีหนู!

และนี่ทำให้เขาถูกเรียกว่าเป็น 'ขุนศึกสามไม่รู้ 三不知将军' คือ

1. ไม่รู้ว่าตัวมีทรัพย์สมบัติมากน้อยเท่าไร 钱不知多少
2.ไม่รู้ว่าตัวมีไพร่พลในมือเท่าไร 兵不知多少
3.ไม่รู้ว่าตัวมีอีหนูอยู่กี่คน 姨太太不知多少

จางจงชางเป็นชายมากรัก ไม่เพียงมีเมียชาวจีน จางจงชางยังมีเมียชนิดที่เรียกว่านานาชาติทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซียขาว ฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาเรียกว่านับไม่ถ้วน

จางจงชาง(กลาง) ร่างสูงใหญ่จนได้อีกฉายาว่านายพลขายาว ที่มาของภาพ

ส่วนหนึ่งของอีหนูที่อยู่ข้างกายจางจงชาง มักได้มาจากหอคณิกา พอชอบใจนางโลมคนใด จางจงชางก็จะใช้เงินไถ่ตัวออกมา หาบ้านให้อยู่ หน้าบ้านแขวนป้าย 'บ้านตระกูลจาง 张公馆' แล้วให้ทหารมาเผ้าเวรยามหน้าประตู เลี้ยงดูอย่างดี บรรดาหญิงงามเมืองทั้งหลายจึงพากันเรียกว่าจางจงชางว่าเป็น 'วีรบุรุษขี่ม้าขาว 白马王子' มาช่วยไถ่ตัวพวกนางออกจากการขายตัว

ทว่า วีรบุรุษขี่ม้าขาวผู้นี้ช่างเป็นคนเบื่อง่ายนัก ไม่เกิน 10 วัน หรืออย่างเก่ง 2 สัปดาห์ จางจงชางก็จะคลายสิเน่หาหญิงงามเมืองที่ไปไถ่ตัวออกมา ทิ้งขว้างพวกนางให้อยู่เพียงลำพัง ส่วนใหญ่จึงมักจะอ้อนวอนขอกับจางจงชาง ขอกลับไปทำอาชีพเดิม คือเป็นหญิงงามเมือง!

จางจงชาง(ที่2 จากขวา) ถัดมาคือ จางเสวียเหลียง(กลาง) ที่มาของภาพ

ในสมัยนั้นถึงกับมีคำกล่าวติดตลกกันในหมู่ชายนักเที่ยวเวลานัดแนะกันไปหอนางโลมว่า

“ไป เราไปหลับนอนกับเมียจางจงชางกัน”
“走,睡张宗昌的老婆去”

คำกล่าวติดตลกนี้เข้าหูจางจงชาง แต่แทนที่เขาจะโกรธ กลับหัวร่อชอบใจ จางยังมีนิสัยประหลาดเกี่ยวกับอิสตรีอีกมาก อาทิ

เมื่อลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานเป็นที่ถูกอกถูกใจ บางทีจางจงชางก็ปูนบำเหน็จคนผู้นั้นด้วยเมียน้อยของตัวเอง

จางจงชางนั้นเป็นผีพนันตัวยง เขามักเอาเบี้ยหวัดเงินเดือนของทหารไปผลาญในวงพนันเสมอๆ และในเวลาเล่นการพนัน จางจงชางก็ถือเคล็ดอันน่าสยดสยองนั่นคือก่อนเข้าบ่อน เขาจะให้คนไปจัดหาเด็กสาวพรหมจรรย์ที่เพิ่งถูกขายเข้าหอโคมเขียวมาไว้คอยรับใช้ข้างกายระหว่างเล่นการพนันสองถึงสามคน พอจางจงชางเริ่มมือตก แพ้พนันหลายตาเข้า เขาจะขอพักครึ่ง ให้เจ้าของบ่อนจัดห้องหับให้เขา แล้วจางจงชางก็จะพาเด็กสาวพรหมจรรย์เข้าห้องไป 'เอาเลือดออก 见红' หรือทำลายเยื่อพรหมจรรย์นั่นเอง! เพราะจางจงชางเชื่อว่าการมีอะไรกับเด็กสาวบริสุทธิ์จะช่วยล้างซวยและทำให้เขากลับมาชนะพนันได้อีกครั้ง

เรื่องมากชู้หลายเมียของจางจงชางนั้น แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้สึกเป็นเรื่องน่าอาย บางทีอาจจะรู้สึกภาคภูมิใจเสียด้วยซ้ำ จางจงชางเคยเขียนกวีไว้บทหนึ่งมีความว่า

“ถามว่ามีสตรีกี่ผู้คน  ข้าก็สับสนเท่าไรเล่า
วันก่อนเด็กเรียกพ่อคงลูกเรา  แต่แม่เจ้าคนไหนมิรู้เลย”

要问女人有几何,俺也不知多少个。
昨天一孩子喊俺爹,不知他娘是哪个?


วันที่ 3 เดือนกันยายน ค.ศ. 1932 จางจงชางถูกคนร้ายลอบยิงจนเสียชีวิตที่สถานีรถไฟเมืองจี่หนาน มณฑลซานตง พอจางจงชางตาย ก็เหมือนไม้ใหญ่ล้ม บรรดานกกาที่เคยได้อาศัยพึ่งพาก็แตกตื่นโกลาหล บรรดาภริยาทั้งหลวง ทั้งน้อย อีหนูบ้านเล็ก บ้านใหญ่ต่างก็แย่งชิงมรดกกันจนแทบจะกลายเป็นจลาจล เดชะบุญที่มารดาของจางจงชางจัดการแบ่งทรัพย์สินและแจกจ่ายให้กับผู้หญิงของจางจงชางอย่างเป็นธรรม จากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายแตกฉานซ่านเซ็นกันไป

เป็นอันปิดฉากชีวิตหนึ่งในขุนศึกที่มีสีสันที่สุดผู้หนึ่งในประวัติศาสตร์จีน.

ภาพประกอบ : เพ็ญนภา บุปผาเจริญสุข

Comments

Latest Article